ร่างทรง


                                  ร่างทรง ครับ

        อาจารย์ขออนุโมทนาทุกท่านครับ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเวบองค์เทพดอทคอม บทความนี้จะเจาะลึกเรื่องร่างทรง คงต้องกล่าวถึงอดีต จนมาถึงปัจจุบันครับ การที่เกี่ยวกับร่างทรง คงไม่พ้นหนึ่งที่มีการเรียกกันว่า ทรงเจ้า อีกหนึ่งคือคนเรียกกันว่าเข้าผี โดยส่วนมากผู้ที่มีอคติจะรวมๆเหมาเป็นทรงเจ้าเข้าผี ครับ แรกๆต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนเรื่องการนับถือผี หรืออื่นๆ ในอดีต หลายๆประเทศ หลายๆชาติ มีการบูชานับถือทั้งผีและเทพต่างๆ ตามความเชื่อของท้องถิ่นนั้นๆ มีมาแต่สมัยโรมัน เทพเจ้าแห่งกรีก ดินแดนทะเลทราย ทางเอเซียก็มีมากมายที่นับถือบูชา เทพหรือผี หรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาเชื่อมั่นกันว่าจะสามารถปกป้องเป็นขวัญกำลังใจได้ครับ ส่วนทางไทยพ่อมดหมอผีก็มีมานาน จนกระทั่งมีกำเนิดศาสนาพราหมณ์ขึ้น นับเป็นศาสนาเก่าแก่ที่สุดของโลก ศาสนาหนึ่งก็ว่าได้  ต่อมาศาสนาพราหมณ์ได้เสื่อม ความนิยมลงระยะหนึ่ง ต่อ มาได้มีการชำระความ หลักธรรมและข้อขัดแย้ง จนในที่สุด ได้มีการยกเลิกศาสนา"พราหมณ์" สรุปออกมาเป็นศาสนาในการเรียกขานทั่วไปว่า "ศาสนาฮินดู" ครับ มีประวัติความเป็นมา มากกว่า 3000 ปี ดังนั้นจึงพบว่า ศาสนาพุทธเกิดในช่วงหลังศาสนาฮินดูก็ว่าได้ครับ ชาวฮินดูเชื่อว่า คัมภีร์พระเวทย์ นั้นได้สืบทอดทางพระฤาษีซึ่งรับการถ่ายทอดโดยตรงมาจากพระเจ้าหรือเทพเจ้า ครับ ในที่นี้ มี4พระเวทย์

1. ฤคเวท (Rigveda) เป็นคัมภีร์ที่เกี่ยวเนื่องกับบทสวดต่างๆ เพื่อสรรเสริญพระเจ้า ฤทธิ์เทวะและธรรมชาติ กล่าวถึงการสร้างโลก เป็นคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุด มีบทสวดถึง 1,028บท
2. ยชุรเวท (Yajureda) เป็นคัมภีร์ที่เกี่ยวกับบทร้อยกรองบวงสรวงต่างๆ ใช้ในพิธีการบูชายัญที่เรียกว่า ยัญพิธีในทางศาสนา
3. สามเวท (Samveda) เป็นคัมภีร์ที่เกี่ยวกับกลศาสตร์รวมทั้งสังคีต บทสวดมนต์ สำหรับประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของประชาชนทั่วๆ ไป
4. อาถรรพเวท (Atharvaveda) เป็นคัมภีร์ที่เกี่ยวกับเวทมนต์ คาถาต่างๆ

โดยแบ่งเป็นสองนิกายในศาสนาฮินดูคือ  โศวะนิกาย (นับถือพระศิวะเป็นหลัก)
                                                     ไวศณวะนิกาย (นับถือพระวิษณุเป็นหลัก)
โดยความเชื่อว่า พระเจ้าทั้งสองจะสามารถเชื่อมโยงมายังมนษย์โลกโดยการผ่านทาง
       พระพรหมา โดยการสร้าง   พระวิษณุ โดยการปกป้องรักษา พระศิวะ โดยการทำลายล้าง
ลักษณะของการปฏิบัตินั้น เน้นเรื่องพิธีกรรมต่างๆ เครื่องสังเวย บวงสรวง
.....................................................................................

การกำเนิดของทวยเทพและวิญญาณ(the story of god and satellites) ในคัมภีม์มหาสีหนาทสูตรได้กล่าวไว้ว่า การกำเนิดของทวยเทพและพรหมล้วนอาศัยอำนาจแห่งกรรม เป็นการเกิดในภพแบบ โอปปาติกะ  ความเป็นอยู่ของเทพไม่รับอาหารทางกายหยาบ ทุกสิ่งล้วนเป็นทิพย์ เนื่องด้วยเทพท่านเป็นการดำรงอยู่ด้วยกายทิพย์นั้นเอง
ลักษณะทางสังคมของเทพ จะพบว่ายังมีเรื่องของโลกีย์ ในชั้น
จตุมหาราชิกา มีการเสพเมถุนแต่ไม่มีน้ำอสุจิ
มายา           ไม่มีการเสพเมถุน เป็นไปในลักษณะเคล้าคลอ กอดรัด
ดีสิตา           ไม่มีการเสพเมถุน เพียงแค่สบตา
ปริมิตสวัสดี     ไม่มีการเสพเมถุนเลย

  ................................................

ศาสนาพรหมณ์หรือลัทธิ พรหมณ์มีมาก่อนพุทธกาล และได้เจริญสูงสุดในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ที่สาม นามว่า พระทีปังกาโร (พระทีปังกร) ส่วนพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันทรงพระนามว่า พระสมณโคดม เป็นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ในลำดับที่ ๒๗ วิชาที่พราหมณ์ใช้ ส่วนหนึ่งเรียกว่า อวิชา หรือไสยเวทย์ และเครื่องรางของขลัง  ซึ่งสามารถใช้ทำร้ายผู้อื่นได้หรือให้คุณผู้อื่นได้ ในเวลาเดียวกัน
        ในอดีต เมื่อยังไม่มีพุทธศาสนา คือนับแต่สิ้นพระพุทธเจ้าองค์ที่สาม พราหมณ์ โยคี ดาบส กลับมีอำนาจมากมาย เกิดการแย่งชิงอำนาจในระหว่างกลุ่มชนหรือประเทศต่างๆ พราหมณ์ โยคีหรือดาบส นักพรตต่างๆ ได้ครองอำนาจบางคนเป็นปุโรหิต ผู้นำด้านอาคมบ้าง ต่างได้จัดทำของขลัง วัตถุอาถรรพ์ ตะกรุด มีดหมอ เพื่อปลุกขวัญกำลังใจเหล่าทหารๆ ได้นำติดตัวออกรบในสงครามจนได้ชัยชนะ ต่างพากันประจุอาคมลงในวัตถุดังกล่าว จนเป็นที่กล่าวขวัญยอมรับ
     จนเกิดการประกอบพิธีกรรมต่างๆเช่น ศาลหลักเมือง พิธีวางศิลาฤกษ์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตลอดจนทำวัตถุมงคลออกแจกจ่ายให้ประชาชน เหล่าทหาร เพื่อให้เกิดกำลังใจ และรวมเป็นหนึ่งเดียวกันของวัฒนธรรม
     เครื่องลางของขลังมีผล ป้องกันภัยหรืออย่างไรดังนี้ครับ
๑. ด้านคงกระพันชาตรี ยิงฟันไม่เข้า ส่วนมากจะเกิดผลต่อหน้าครูอาจารย์เพราะ ผลทางความศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัยครับ หากไกลหรือลับหลังครูมักไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรครับ เช่นเมื่อสักยันต์เสร็จใช้มีดฟัน หรือเชือดคอเป็นต้น ส่วนเรื่องกระสุนปืน หากถูกลอบยิง นัดแรกๆมักด้านครับ หากผู้ถูกยิงรู้ตัวแล้วหันหลังกลับไปดู นัดต่อไปมักโดนเสมอครับ
๒. เรื่องทางด้านแคล้วคลาดจากอุบัติภัยต่างๆ
๓. เรื่องทางด้านเมตตามหานิยม

๔. ความเป็นมหาอุตม์ มีผลมาจากข้อหนึ่งแต่มากกว่าเรื่องฤทธิ์ มาจากเครื่องลางนั้นๆได้จัดทำขึ้นด้วยศาสตร์ลึกลับ จากพวกโยคี จอมขมังเวทย์ต่างๆ ซึ่งจัดทำขึ้นด้วยหลักวิชาต่างๆดังนี้
ก. การผสมธาตุต่างๆ (มวลสาร) ซึ่งต้องจัดหามาโดยสามารถรับถึงพลังงานต่างๆได้ โดยใช้ลมปราณเป็นสื่อในการจัดทำ  (pranic energy ) สำหรับ ผู้ประกอบพิธี หากเป็นผู้ที่ได้กำเนิดในฤกษ์ที่เหมาะสม ได้บำเพ็ญตนในทางพิธีย่อมให้ผลดีมากครับ
ข. การใช้พลังของกระแสจิต การนั่งปรกเพื่อรวบรวมพลังงานบรรจุลงในวัตถุต่างๆ ผู้ประกอบพิธี หากเป็นผู้ที่ได้กำเนิดในฤกษ์ที่เหมาะสม ได้บำเพ็ญตนในทางพิธีย่อมให้ผลดีมากครับ

ค. การใช้พลังลมปราณ (pranic energy ) เพื่อรวบรวมพลังงานบรรจุลงในวัตถุต่างๆ ผู้ประกอบพิธี หากเป็นผู้ที่ได้กำเนิดในฤกษ์ที่เหมาะสม ได้บำเพ็ญตนในทางพิธีย่อมให้ผลดีมากครับ โดยสายญาณของลมปราณแบ่งออกเป็น๖ สายญาณด้วยกัน
ง.การตั้งธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในวิชาไสย์เวทย์
จ. การบรรจุด้วยวิธี สัก เสก เลข ยันต์ คาถา ทิพย์มนต์
ฉ. การใช้วิชาลึกลับบรรจุลง วิชาอิลละมู วิชาเรยูกูระบัด ผสมเข้าด้วยกันทั้งสอง

สำหรับ ผู้ที่นำไปใช้หรือพกพาติดตัว วัตถุอาถรรพ์เหล่านี้จะส่งพลังงานออกมาเมื่อได้รับการกระตุ้นด้วยสารอะดรีนา ลีนเพราะ ฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น คือจะเปลี่ยน glycogen เป็น gluclose เป็นผลให้กล้ามเนื้อมีแรงมหาศาลครับ เหล่านี้จะก่อให้เกิดแรงกระตุ้น(stumulator) ทำให้จิตเกิดพลังมหาศาลเหนือสภาวะจิตสามัญหลายร้อยเท่า ดังจะเห็นเช่นคนลงหนุมานสามารถปีนเสาไฟได้อย่างรวดเร็วเป็นต้น บางท่านลงทรงสามารถใช้เข็มแทงตามร่างกาย
คำแนะนำสำหรับท่านที่สวมวัตถุมงคลหรืออื่นๆ ให้กล่าวคำอาราธนา
พุทธังอาราธนานังโลเกมิ  ธัมมังอาราธนานัง โลเกมิ สังฆังอาราธนานัง โลเกมิ
เพื่อให้จิตของท่านตั้งมั่น ไม่ประพฤติกรรมชั่ว มุ่งแต่กรรมดี มีจิตที่เบิกบานครับ

**************************************

สำหรับการศึกษาข้อธรรมต่างๆ วิชาต่างๆ มีข้อหน้าสนใจหลักๆดังนี้
๑. การปฏิบัติจิตเข้าสู่ประตูพระนิพพาน ตามหลักวิปัสนากรรมฐาน the process of mind purification in buddhis meditation
๒. การรักษาโรคด้วยอำนาจจิต และตามหลักโยคศาสตร์
๓. พระธาตุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปาฏิหาริย์
๔. การกำเนิดของทวยเทพในศาสนาต่างๆ
๕. กำเนิดพระภูมิประจำบ้าน
๖. เรื่องยาสั่ง
๗. อิทธิวิธีและเดรัจฉานวิชา white and black magic
๘. อำนาจของคุณไสย์ต่างๆ the influence of the black magic
..........................................................

ในประเทศไทย ยึดมั่นศาสนาพุทธเป็นหลัก ซึ่งมีอยู่สองนิกายคือ มหายาน กับหินยาน ศาสนาพุทธในประเทศไทย เป็นฝ่ายเถรวาท ส่วนศาสนาพุทธในธิเบตได้ผสมผสานศาสนาพราหมณ์เข้าด้วยกัน ได้มีการนำเอาพรหมหรือเทวดาบางองค์ที่มีฤทธิ์มากตั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ปรมาจารย์ผู้สร้างพระไตรปิฏกทางศาสนาพุทธให้ประเทศธิเบต มีสองท่านคือ องค์คุรุปัทมะภพและองค์นาครชุน ทั้งสองท่านนี้นับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อน เดิมอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในกาลต่อมาได้ไปอาศัยอยู่ในธิเบต สืบต่อมามีความเลื่อมใสศาสนาพุทธ จึงได้นำหลักของศาสนาทั้งสองผสมผสานเข้าด้วยกัน เรียกขานกันทางตอนเหนือของประเทศอินเดียว่า พุทธศาสนาวัชรญาณ ครับ จุดมุ่งหมายในปลายทางในการปฏิบัติแตกต่างกับศาสนาพุทธในประเทศไทย ทางวัชรญาณ มุ่งไปที่สวรรค์ชั้นสูง ส่วนทางไทยมุ่งไปสู่การนิพพานครับ
  พุทธศาสนาวัชรญาณ (มหาญาณ)
                           เวลาช่วง ๙.๐๐ -๑๒.๐๐ น มุ่งเน้นทางหลักศาสนากับครูอาจารย์
                           เวลาช่วง ๑๔.๐๐ --น. เน้นทางประทับทรง รักษาคน พยากรณ์ ทำเครื่องลางของขลัง (โลกียยาน)
  พุทธศาสนาในไทย (เถรวาทหรือ หินยาน) 
                           เวลา ๖.๓๐-๘.๐๐ น. บิณฑบาตร ฉันภัตตาหารเช้า
                           เวลา ๙.๐๐--น. รับกิจนิมนต์ต่างๆ
                           เวลา ๑๑.๐๐-น. ฉันเพล
                           เวลา ๑๓.๐๐ น. จำวัตร หรือศึกษาพระธรรม วิปัสนากรรมฐาน (วิปัสนาญาณ)
จะเห็นว่า ไม่มีกิจเรื่องดูดวง วัตถุมงคล หรือการยกขันธ์ กล่าวในกิจของสงฆ์สายเถรวาทแต่อย่างใด
หากใช้ผสมกันเมื่อใด ก็คงเสมือนเป็นทั้ง ลามะและพระสงฆ์ ในกายแห่งตนครับ....
   แต่ในกาลต่อมาจนถึงปัจจุบัน จะพบว่ามีวัตถุมงคลต่างๆออกให้บูชา ด้วยมีเจตนารมณ์ในเชิงบุญ ให้ เป็นที่ยึดเหนี่ยว ในฝ่ายเถรวาท แต่หากไม่ทิ้งแนวทางแห่งวิปัสนากรรมฐาน ผลแห่งการนิพพาน จึงพบว่า การผสมผสานโดยไม่ทิ้งจุดยืน เป็นที่ยอมรับครับ ดังนั้นท่านผู้อ่านพึงพิจารณาเอาครับ ว่าท่านจะเลือกวางแนวทางของศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัย อย่างไร การอ่าน ศึกษา และเปิดใจให้กว้างเป็นแนวทางแห่งปัญญาโดยแท้ครับ สาธุการ
พุทธมีสองนิกายเท่านั้นครับ นอกนั้นไม่ใช่พุทธครับเป็นแค่ลัทธิเท่านั้นครับ

...........................................................

ต่อมาคงต้องมาดูถึงร่างทรง เป็นเรื่องเหนือจินตนาการครับ ต้องสัมผัสหรือรับรู้ด้วยตนเองครับ  คนที่มีองค์หรือร่างทรงจะมีการบูชาองค์เทพหรืออะไรก็ตามแต่ที่เขาเหล่านั้นมีความเชื่อนับถืออยู่ แต่มิได้หมายเอามาเปรียบกับพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นของสูงเป็นศาสนาประจำตนอยู่ในใจของคนไทยทั้งหลายทั้งปวง .. เรื่องการบูชาเทพ ไหว้ผี ผีบุญ ผีป่า ผีตาโขน ผีบ้านผีเรือน เป็นความเชื่อเลื่อมใสในแต่ละท้องถิ่นซึ่งแตกต่างกันไป... มีหลายคนที่บอกหรือกล่าวถึงการทรงทรงเจ้าว่าผิด ต้องอย่างนี้ซิถึงว่าถูก ... เรียกว่าอคติ ดีแต่ตัวชั่วคนอื่น ของทุกอย่างมีดีมีเสียครับ อย่างพระที่บวชดูตามเฟสตามยูทูบเสียก็มี... บางคนว่า ว่าพระแล้วไม่ดีบาปเสียหาย แบบนี้ศาสนาจะมัวหมองได้ครับ ทุกอย่างขึ้นกับผู้นำไปปฏิบัติ คงต้องยึดหลักธรรมอยู่ดี คือ ทำดี-ได้ดี ทำชั่ว-ได้ชั่วครับ
...........................................

การนับถือบูชา คงต้องดูที่วัตถุประสงค์เจตนารมณ์ ของคนที่เข้าพบร่างทรง หรือบูชาลัทธิต่างๆว่าต้องการแบบใด บางคนต้องการกิเลส กามตัณหา หวังร่ำรวย เสี่ยงโชค แย่งผัวแย่งเมีย แบบนี้ ไปวัดคงไม่ใช่แนวทางเพราะเป็นอบายล้วนๆ สำหรับผู้ที่ชอบแจ้งว่าตัวเองบรรลุธรรม ก็ขอให้ท่านอยู่ในที่ของท่านอย่ามาแปดเปื้อนกับโลกีย์นี้เลยครับ เอาเวลาไปทำผ้าป่า กฐิน โรงทานจะเหมาะกว่าครับ ท่านห้ามคนทั้งโลกไม่ได้ครับ แต่สามารถห้ามใจตัวเองได้ครับ ปฏิบัติให้เป็นต้นแบบที่ดี คนอื่นเห็นย่อมทำตามครับ
....................................

ร่างทรงเจ้าตำหนัก .... อาจารย์พบเห็นมามากพอสมควร มีในแบบขององค์เทพต่างๆ เจ้าพ่อเจ้าแม่ ฤาษีต่างๆ พระลงทรงในฤาษี สักยันต์ บ้างก็อ้างเบื้องสูงทรงพระมหากษัตริย์ บางครั้งการปฏิบัติของเจ้าตำหนักนั้นๆ หากขาดการไตร่ตรอง เมื่อมีสมาคม เข้าร่วมพิธีชุมนุม ต่างแข่งกันอวดบารมี พิธีกรรมต่างๆย่อมเลยเถิดไปเกินกว่าจะรับได้ก็มีครับ
...........................................
สำหรับการลงทรงหรือพิธีกรรมต่างๆ ของสำนักหรือตำหนักนั้นๆ หากไม่เกินหรือส่อไปในทางผิดกฏหมายก็คงไม่ว่าอะไรกัน เพราะเขาใช้เงินของเขา และบูชาในที่ของเขาเหล่านั้น... ท่านทั้งหลายเป็นผู้เจริญแล้ว อย่าไปริษยาครับ .. แต่ถ้าตั้งใจทำเหล็กไหลหยอดมาทางรู นำออกขาย แบบนี้หลอกลวงน่าติดคุกครับ...
..........................................

มองที่ร่างทรง เจ้าตำหนัก กว่าท่านจะมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่เรื่อง่าย แต่สิ่งเหล่านี้จะพังทลายได้ลงในพริบตา ถ้าใจท่านง่ายพ่ายแพ้แก่กิเลสตันหา ผู้คนจะสาปแช่ง ไม่เว้นแม้แต่สวรรค์ก็คงต้องสาปท่านไปชั่วกัลป์ชั่วกัลย์ครับ
...................................


หน้าแรก | ดูบทความทั้งหมด
# 9
By หมอยา
On 2015-10-06 19:29:53

From: Noon Maneemano [mailto:maneemano.noon@gmail.com]
Sent: Tuesday, October 6, 2015 3:09 PM
To: webmaster@ongtep.com
Subject: รบกวนไขข้อสงสัยค่ะ

ผู้หญิง มีองค์ใน เป็นหลวงปู่ทวดได้หรือไม่คะ บางคนบอกว่าไม่น่าจะได้เพราะร่างเป็นหญิง หลวงปู่ทวดเป็นพระ
รบกวนไขข้อสงสัยค่ะ

ขอขอบคุณค่ะ
มณีรัตน์

ตอบ อนุโมทนาครับ เป็นคำถามที่ดีครับ เรื่ององค์ใน หากกล่าวในด้าน ความเป็นสิริมงคลหรือส่งเสริม บูชาแล้วชีวิตมีความสุข สงบ ราบรื่น แบบนี้ไม่ว่ากัน หากมาพูดถึงในแบบของการเข้าทรง คงแปลกๆพอสมควร เรื่องการทรงผิดเพศ เช่นผู้ชายทรงแม่กาลี ส่วนมากพบว่าจะเป็นกระเทยหรือเกย์อยู่แล้ว มาดูในรูปแบบการวิเคราะห์

๑. การประทับทรง เรื่องของ สายพระ เช่น ปู่โต หรือสมเด็จโต ปู่ทวด จะพบว่ามีการอ้างว่า สามารถสื่อหรือประทับทรงได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันอยู่ว่า ท่านเป็นพระที่เรานับถือ ให้ความเคารพ มีความเชื่อกันว่า ท่านเป็นพระอรหันต์ บ้างก็ว่าท่านเป็นพระเกจิ สรุปกันไปต่างๆนาๆ ไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ครับ คนหรือร่างที่จะลงประทับทรงดังที่กล่าวมา คงต้องมีวาสนา ชะตาฟ้าที่เกิดกำหนดชัดเจน ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ และที่พบเห็นโดยมากไม่ว่า ร่างนั้นๆจะดำรงเพศชาย หญิง มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะบิดเบือน และหลงจนในที่สุดเรียกว่าทรงผีครับ

๒. ทรงสายกษัตริย์ นี่ก็เช่นกันครับ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ว่า ประทับทรงองค์นั้นๆจริง ต้องใช้วิจารณญาณครับ บางที่ก็ไหว้ครูน่ากลัวมากครับ มีรำขวานฟันหัวควายก็มีครับ แต่งองค์ทรงเครื่องอลังการก็มีครับ ของแบบนี้ขึ้นกับความเชื่อ ถ้าร่างทรงนั้นเขาไหว้ของเขาไม่ไปเดือดร้อนใคร ก็ไม่ว่ากันครับ ส่วนมากคนที่เดือดร้อน มักอ้างตัวเองสำเร็จธรรม มีจิตบารมีสูงไปนรก-สวรรค์ เหมือนขึ้นเครื่องบิน แต่ตัดกิเลสไม่ขาด วันๆเที่ยวเปิดเวบไล่ด่าชาวบ้าน เรียกว่ากินแล้วว่างครับ สำนวนที่ใช้ก็หยาบคาย ไม่สมกับที่อ้างว่าเรียนมาสูง เหาะได้ครับ

๓. ทรงสายพ่อแก่ ฤาษีร้อยแปด มีมากมาย ที่ดีก็มี ที่ทรงไปกินเหล้ากินเบียร มีเมียเด็กก็มี ทำเสน่ห์ยาแฝด ลงนะ ตลอดตัว ศิษย์สาวๆชอบไปลงเยอะๆก็มีครับ นี่มักพบเห็นที่ลงเป็นเพศชาย หรือไม่ก็ทอมครับ ผู้หญิง ก็มีครับ

๔. ทรงสายเทพเช่น พระแม่กาลี พระอิศวร พระพิฆเนศ นี่ก็จะเป็นแนวเทพบันเทิง งานไหว้ครูจะค่อนข้างอลังการ ดนตรีครึกครื้น ครับ

๕. ทรงกุมาร จะมีหลายแบบ บางที่ก็ลงสลับ แรกๆก็แม่กาลี ต่อมาเป็นลงกุมารก็มี หรือลงกุมารตรงๆ มีหลายแบบครับ

๕. ทรงพระยายม ท้าวเวส นี่มักเล่นเทียนเล่นไฟครับ บางที่ทรงเจ้าจีน บางที่ทรงแบบไทยครับ

๖. ปู่ชีวก มีมากมายครับไม่ว่าหญิงหรือชาย ที่ลงทรง  บางท่านลงจี้กงในแบบเจ้าจีนครับ

๗. สายเทพจีน... มีมากมาย

๘. ทรงตัวตลก เช่น โดเรมอน ชิซูกะ ทรงแม่นางสาวจักรวาล ผีอีแย้ม ผีอีแพง มึนตึบครับ

ทั้ง หมดที่กล่าวมานี้เพียงสังเขป ขึ้นกับผู้ปฏิบัติ เจตนารมณ์ บางที่ก็ดี น่าเลื่อมใส เรียกว่าเจ้าสำนักอุทิศตัวอย่างแท้จริง  แต่บางก็แย่ครับ ไม่ว่าศิษย์หรือครู ไม่ว่าอ้ายหรืออี ตัวไหน หากจิตใจต่ำช้าแลไร้ซึ่งสำนึกผิด-ชอบ ทำให้สิ่งที่คนอื่นๆมากมายเขานับถือ เคารพบูชา ต้องมัวหมอง อ้ายหรืออีตัวนั้น ย่อมพบเจอแต่วิบากแลสวรรค์ลงโทษ ทนทุกข์ไปชั่วกัปชั่วกัลป์... สาธุการครับ


# 8
By หมอยา
On 2015-10-06 16:16:07

From: จันทรจิรา พิพัฒนายน [mailto:janjiraa7531@gmail.com]
Sent: Wednesday, September 23, 2015 4:45 PM
To: webmaster@ongtep.com
Subject: กราบเรียนหมอยาคะ
         หนูนางสาว จันทรจิรา พิพัฒนายน 

๑. หนูได้เปิดอ่านเรื่องของอ.ยา มีความประสงค์ อยากหัยอ.ช่วย ดูหัยดูหน่อยยคะ ว่าหนูมีองค์เทพแม่อุมาหรือป่าว

๒. ถ้ามีหนูควรบูชาท่าน แล้วต้องทำยังงัยคะ ถึงรู้ว่าท่านมาแฝงเรา

๓. ตอนนี้หนู ดูไพ่ยิบชีอยู่ด้วยยคะ

๔. ใจอยากเปิดสำนักมาก แต่มีมารอยู่คะรอบๆๆคะ ใช่สามี หนูต้องเลือกไม่คะ

๕. แต่ถามหนูสองทางคะ อยากมีสามีที่เข้าใจเรา แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะแย่คะสามีไม่ยอมรับ มีวิธีช่วยไหมคะอ.ยา

๖. จึงหรือป่าวคะที่คนมีเทพจะผิดหวังเรื่องความรักชีวิตคู่ ขอบคุนอ.มากคะ จะรอฟังคำตอบนะคะ

ตอบ ที่ท่านถามมาทั้งหมด อาจารย์ตรวจองค์เทพแล้ว ต้องแจ้งให้ทราบว่าว่า ท่านมีองค์เทพครับ ท่านดูดวงผู้อื่น ท่านเคยรับขันธ์ บวงสรวงไหว้ครูหรือไม่ หากไม่เคยปฏิบัติ ท่านกำลังล้อเล่นกับชะตาและเจ้ากรรมนายเวรของคนอื่น ชะตานี้มีสัมภเวสีขี่คออยู่ครับ เรื่องสามีหรือคู่ครอง ท่านควรแยกแยะ คุยกันให้เข้าใจ แยกแยะให้เป็น ที่สามีของท่านรับไม่ได้ คงเป็นในส่วนเทพบันเทิง หรือการปฏิบัติของท่านเกินเลยดูไม่เป็นที่น่าเลื่อมใสมากกว่า การมีคู่มิใช่การเป็นนาย-หรือบ่าว  หมดสมัยทาส มานานแล้วครับ


# 7
By หมอยา
On 2015-10-06 16:15:30

From: surachai ratanakorn [mailto:hotcue2004@yahoo.com]
Sent: Friday, September 18, 2015 7:52 PM
To: webmaster@ongtep.com
Subject: Re: รบกวนท่านหมอยาตรวจองค์เทพให้ด้วยครับ
เพิ่มเติมครับ เกิดที่กรุงเทพครับ

Date:ศ., ก.ย. 18, 2015 at 20:01
Subject:รบกวนท่านหมอยาตรวจองค์เทพให้ด้วยครับ

๑.  ผมชื่อ ไกรภัทร ศุภวิรุตม์  ได้ผ่านเข้าไปอ่านในเว็บคุณหมอแล้วรู้สึกว่ามีหลายๆสิ่งที่ตรงกับอาการของคนที่มีองค์

๒. ในวัยเด็กพ่อแม่ได้ฝากให้เป็นลูกบุญธรรมของหลวงพ่อโสธรเพราะป่วยและอ่อนแอมาก(อาการโคม่าหลายครั้ง) 

๓. และรบกวนขอคำแนะนำแนวทางการปฏิบัติในการใช้ชีวิตในภายหน้าหากว่ามีองค์หรือวิญญาณอื่นๆในร่างด้วยครับ

๔. ใจผมนั่นไม่อยากรับองค์หรือเข้าทรงอะไรแบบที่หลายๆท่านทำครับ (ใจไม่รักทางนี้เลย) ขอขอบคุณอาจารย์หมอล่วงหน้าครับ

 ตอบ อนุโมทนาครับ วิเคราะห์ท่านดังนี้ ตรวจแล้วพบว่า ท่าน มีองค์เทพชัดเจนแลแบบปฏิบัติ(๔,๕.๑) สาเหตุที่เจ็บป่วย ท่านมีสัมภเวสีขี่คออยู่สองตน เป็นการสิ่งสู่ทำให้เจ้าชะตาอ่อนแอครับ การปฏิบัติตน คงต้องยึดหลักธรรมของศาสนาครับ ศึกษาข้อมูลจากเวบต่างๆการศึกษาช่วยให้เกิดปัญญา สามารถพิจารณาดี-ชั่วครับ เป็นจิตสำนึกครับ บางท่านปฏิบัติ หรือเข้าหาครูอาจารย์มีเจตนาแฝง อยากได้ อยากรวย เอาครูไปขาย ดีเอา-ชั่วไม่เอา เหยียบรอยตีนครูอาจารย์ ไร้จิตสำนึก หน้าใสใจคด สารพัดมากมาย  ในส่วนของการรับองค์หรือไม่รับ ท่านควรศึกษา ข้อมูลก่อนการตัดสินใจ การรับขันธ์ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย อย่าให้กิเลส ความอยากมีฤทธิ์ เหาะได้มาครอบงำ จนไม่เห็นแก่นแท้ครับ ไม่ว่าบุญหรือบาป ก็สามารถทำให้ท่านเสพติดได้เหมือนกัน ถ้าท่านยึดเอาเป็นแก่น ทอดกฐิน ออกโรงทาน ไม่กี่ครั้งก็คิดว่าสามารถเหาะข้ามหัวครูอาจารย์และกัลยาณมิตร คิดจะโปรดแสดง อิทธิปาฏิหาริย์ โปรดความเก่งกล้าของตัวเองเหนือผู้อื่น ของทุกอย่างให้ผลทั้งบวกและลบ คนปฏิบัติคงต้องใช้ให้เป็น ทำให้ถูกต้อง เนื้อนาบุญจึงบังเกิดแลผู้คนสรรเสริญครับ


# 6
By หมอยา
On 2015-09-23 09:08:53

ร่างทรง

        อาจารย์ขออนุโมทนาทุกท่านครับ ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเวบองค์เทพดอทคอม บางท่านก็ขอเข้าตรวจองค์เทพ โดยทำการส่งอีเมล์ของท่านเข้ามาสอบถาม อาจารย์ได้มีคำตอบกลับไปให้ โดยตรวจพบว่ามีองค์เทพ บุคคลที่เข้ามาตรวจองค์เทพแล้วเมื่อพบว่ามี มักเกิดข้อสงสัยมากมาย โดยไม่ทราบว่าจะทำการศึกษาหรือขอคำแนะนำจากใคร อาจารย์มีคำแนะนำดังนี้ครับ เป็นข้อเสนอแนะสำหรับทุกท่าน โดยให้ตั้งเจตนารมณ์ดังนี้คือ
       ในเรื่องของการนับถือศาสนา ประเทศไทยค่อนข้างเปิดกว้างกับทุกศาสนา โดยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ดังนั้นบุคคลในประเทศส่วนมาก นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก รวมทั้งตัวข้าพเจ้าเอง ครูหมอยา จึงกำหนดพระพุทธไว้ในใจเสมอ การกระทำอันใดย่อม มีศีลห้าเป็นข้อเตือนใจอยู่เสมอ เมื่อไปทำธุรกรรมที่ใดๆมักมีคำถามว่า ท่านนับถือศานาใด คงต้องตอบว่า พุทธ เท่านั้น บางท่าน..ครูหมอยาอ่านพบในโปรไฟล์ระบุว่า พุทธ-ฮินดู ดูแปลกๆครับ ลำพังเพียงศาสนาเดียว ข้อปฏิบัติยังไม่สามารถทำได้ทั้งหมด  เมื่อกำหนดศาสนาหลายศาสนาเข้ามา ตัวผู้ระบุเองจะยุ่งยากในการปฏิบัติมากมาย ดังนั้นนี่จึงเป็นข้อคิดข้อแรกเลยครับ
      ในเรื่องของการนับถือเทพเทวา ครูหมอยา ขอให้เป็นความเลื่อมใสส่วนตัวเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม เป็นความชื่นชอบ ชื่นชมส่วนตัว ทั้งนี้ให้อยู่ภายในเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ คือ คือโดยสงบ เปิดเผย และไม่กระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นต้น
      ร่างทรง คนมีองค์ เหล่านี้ เป็นคุณสมบัติที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดมาแล้วอยู่รอด คือเป็นผู้ที่กำเนิดในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม มีดวงดาวต่างๆที่สำคัญ ได้ทำมุม ส่องแสง โยค หรือเป็นตรีโกณท์ต่อกัน มีความเป็นมหาตุงคิน มีจุดศิโรภิณทฺ ดาวกัมมะนั้นบังคับหรือไม่ อธิปติของขันธ์ (อุตตมางศะ) จักขุมาฤกษ์ ขึ้น-แรม และเวลาประสงค์เป็นปฐมบทครับ.... ไม่สามารถเรียกองค์มาลงใส่ให้ได้ครับ ต้องเกิดมาเป็นโดยกำเนิดครับ มีคำกล่าวว่า คนทำฤาจะสู้ฟ้าลิขิตครับ
     คนที่มีองค์หรือร่างทรง ควรทำการศึกษาหาข้อมูลจากเวบต่างๆเปรียบเทียบเชิงลึก การอ่านจะทำให้ท่านเกิดปัญญา จะมองออกว่า เวบที่นำเสนอข้อมูลแนวนี้เขามีจุดประสงค์หรือต้องการสื่อถึงอะไร เช่น ต้องการขายองค์เทพ เปิดองค์ เปิดโอษฐ ชำระกรรม ชำระกาย ขายวัตถุมงคล เชิญชวนเรี่ยไรทอดผ้าป่าสารพัดวัด สักยันต์ ไสย์เวทย์ ทำเสน่ห์ยาแฝด ฤาษี ธรรมบรรลุ นาคราช โจมตีเวบอื่น(ดีแต่ตัวชั่วคนอื่น)ด่าเขาไปทั่วแล้วเชิญชวนให้ไปทำบุญกับของ ตัวเอง สมาธิปฏิบัติ เทพบันเทิง เหล่านี้ขึ้นกับจริต และดุลย์พินิจของแต่ละท่านครับ คนเราเกิดมาชอบไม่เหมือนกันครับ ไม่ว่ากัน...
     สำหรับสถานที่ใด ...ที่อ้างตัวว่า ชอบธรรม แต่ เที่ยวสาปแช่ง ผู้อื่นที่มีความเห็นแตกต่างไปว่าไม่ดี ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็ไม่สมควรได้รับการยกย่องครับ คนเราเกิดมาแตกต่างกัน ความชอบหรือความเชื่อย่อมแตกต่างกันครับ ทุกท่านที่เข้าชมเวบองค์เทพ ขอให้ท่านได้ทำการศึกษาข้อมูลเชิงลึกจะพบความเป็นจริงครับ

คนที่มีองค์ และยังไม่เข้าใจหรือเพิ่งทราบว่ามี ควรยึดถือดังนี้

การรับขันธ์ .... อาจารย์ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายครับ
การเป็นผู้ที่มีองค์เทพ ... ท่านสามารถบูชาในรูปแบบของผู้มีความเลื่อมใสได้ครับ
การเป็นผู้ที่มีองค์เทพ ... ท่านสามารถบูชาแล้ว ก่อให้เกิดโชคลาภ เมตตามหานิยม อยู่เย็นเป็นสุข มั่งมีศรีสุขได้ครับ
การเป็นผู้ที่มีองค์เทพ ... ท่านสามารถบูชาที่หิ้งของตัวเอง
การ เป็นผู้ที่มีองค์เทพ ... ท่านสามารถปฏิบัติ โดยถือศีลห้าให้ผิดน้อยที่สุด ท่านที่เคยเสพสุราก็ควรละเลิกเสียครับ ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน .... เป็นคนดีของสังคม ของครอบครัว ของพ่อและแม่ แค่นี้ก็ถือว่าท่านน่ายกย่องนับถือแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องเหาะได้ หรือเป็นผู้ชำระกายธรรมบรรลุครับ
ก. ท่านยังไม่สมควรรับขันธ์ ให้ศึกษาบทความในเวบนี้ จะเข้าใจอะไรได้พอสมควรครับ อย่าด่วนรับขันธ์ทั้งๆที่ท่านยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติ
ข. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติและมีนิมิตกับองค์เทพ มาบ้างพอสมควร
ค. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่มีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัย
ง. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่มีอาการรับรู้ สัมผัสหรือเห็น นิมิตต่างๆชัดเจน ไม่สบายวันพระวันโกนเป็นต้นครับ
จ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรตรวจกรรมลิขิต หากท่านไม่ติดค้างการทำแท้ง เนรคุณ จึงสมควรรับขันธ์ครูได้ครับ
ฉ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรมั่นใจว่าสามารถดูแลขันธ์ของตนเองได้
ช. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ไม่ติดยาเสพติด สารระเหย สุรา เบียร์ อาจารย์มีลูกศิษย์มาเล่นให้ฟังว่า เคยไปอยู่ที่เป็นนักบวชนุ่งผ้าลายเสือ กินเบียรเป็นกระป๋อง หล่น (หลายกระป๋อง) ครับ เห็นว่ากินเป็นยาครับ
ซ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ไม่มีอาการทางจิต สติไม่สมประกอบ หรือมีภาวะออทิสติก หรือดาวซินโดม

คำถามของร่างทรง
1. เรารับขันธ์ทำไม?

ตอบ การรับขันธ์ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ครับ จุดประสงค์ดังนี้ครับ
ก. เป็นดวงจุติมาเกิดเพื่อเดินสายเทพ
ข. ได้ปฏิบัติบูชามาระยะหนึ่งแล้ว.. มีศรัทธา.. เชื่อมั่น .. ไม่สงสัย อย่ารับขันธ์ด้วยเพียงเหตุผลว่าโดนทัก หรือมีคนบอกให้รับขันธ์ครับ หากท่านขาดเหตุผลในข้อ ข. นี้ไม่สมควรรับขันธ์ครับ
ค. อย่ารับขันธ์เพราะความโลภ อยากรวย หรือทั้งๆที่ท่านยังเต็มไปด้วย ตัณหา ราคะ อยากได้ไม่สิ้นสุดครับ
ง. อาจารย์ไม่มีประสงค์เรื่องขันธ์เทพ เป็นกรณีหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น เพราะได้มาง่ายรักษายาก เรียกว่าเสียมากกว่าได้ ท่านที่รับขันธ์จึงพึงสังวรณ์ไว้ว่า ผู้ที่รับขันธ์เสียมากกว่าได้ คือ เสียสละ ( คือการช่วยเหลือผู้อื่น ผู้ที่เห็นแก่ได้ไม่สามารถในข้อนี้ครับ) เสียเวลา (การบูชาต้องแบ่งเวลา) เสียความรู้สึก (ทำดีไม่ได้ดี ช่วยเขาแล้วได้ดีลืมบุญคุณ ไม่ได้ผลหรือได้ผลช้ากลับมาลบหลู่) เสียใจ (ศิษย์หรือกัลยาณมิตร ... เนรคุณ)

2. คนมีองค์สามารถรับขันธ์ได้หรือไม่ ?

ตอบ ได้ครับ ถ้าตรวจพบแล้วว่ามีองค์เทพจริง และสามารถตอบปัญหาข้อ ๑ ด้านบนได้แล้ว
3. การรับหรือไม่รับใครกำหนดครับ?
ตอบ เบื้องบนครับ คนทำฤาจะสู้ฟ้าลิขิต

4. แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตหรือไม่ครับ ?
ตอบ ย่อมเกิดแน่นอน  คิดดีทำดี    จำเริญรุ่งเรือง
                          คิดชั่วทำชั่ว วิบัติดับสูญ...
                          คิดไม่ตกทำไม่ได้ ...อย่าทำ

5.แล้วเหตุใดคนอื่นๆที่เขารับขันธ์ถึงมีท่าทางแปลกๆ
ตอบ ขึ้นกับร่างทรงนั้นๆ ท่าทางแปลกๆวิเคราะห์ดังนี้
ก. การแต่งการแปลกออกไป... ถ้าแปลกมากไปเดินถนนคนว่าบ้าครับ
ข. อาจารย์เคยพบ งานไหว้ครู บางงาน ร่างทรงที่มาร่วมงาน องค์ลงก่อนเจ้าภาพครับ บางท่านสวดแข่งกับพราหมณ์ ที่เขาเชิญมาทำพิธี เรียกว่าไม่รู้กาละเทศะ หากร่างทรงใดมีพฤติกรรมเช่นนี้ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็ไม่สมควรไปงานครับ ยิ่งไม่สนิทเจ้าภาพยิ่งสมควรพิจารณาตัวเองครับ
ค. ร่างทรงบางท่านยึดติดมากไปครับ.. เวลาไม่ได้ประทับทรง ยังเดินตัวลอย คิดว่าตัวเองเป็นเทวดาก็มีครับ ต้องการให้คนมากราบกราน
ง. บางคนเป็นเจ้าตำหนักชอบโทรหายืมเงินลูกศิษย์..จิกเป็นรายๆ แบบนี้ไม่ไหวครับ (เช็คไป-เช็คมายืมไปทั่วครับ) .. กฏข้อ ๗ ของการเป็นเจ้าตำหนักควรรักษาไว้........
จ. มีบางท่านอ้างว่า เป็นผู้มีญาณหรือองค์เทพ..ใชัญาณหรือบารมี องค์เทพตรวจ... ลูกศิษย์ที่มาหากเป็นหญิงสาวมักกล่าวอ้างว่า ในอดีตหรือองค์ของทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน.... ให้มาพบเจอกัน... มักพบได้เมื่อท่านไปเจอในเวบแล้วออนเอ็มหรือโทรหากัน ... โปรดใช้วิจารณญาณของท่านให้รอบครอบ หากท่านเป็นหญิงสาว....ไม่เว้นสาวน้อยหรือสาวใหญ่ หรือกำลังว้าวุ่นใจ สับสน โปรดระวัง
ฉ. นับถือร่างทรง กลับขี้เหล้าเมายา ดื่มสุราทั้งชุดทรง ชุดฤาษี เป็นแบบนี้ก็สมควรที่มีคนสาปแช่งเป็นพวกผี สัมภเวสีครับ

    การรับขันธ์ครู หรือขันธ์เทพ อาจารย์หมอยามีประสงค์ว่า ขอให้ผู้ที่รับขันธ์นั้น มีเจตนารมณ์ที่จะบูชาเทพแห่งตนเป็นสรณะบูชาตัวเอง เรียกว่า ให้ความยอมรับนับถือตัวเอง... เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ในการประกอบอาชีพเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ของตัวเอง เป็นคนดี มีที่ยึดเหนี่ยว หาใช่ให้ไปยึดติดกับเจ้าตำหนักใดๆก็หาไม่ครับ (มี บางท่านกล่าวโจมตีว่า ผู้ที่ไปรับขันธ์ เป็นผู้มีจิตใจอ่อนแอ ชอบเป็นเบ๊เป็นบ่าวผู้อื่น แบบนี้ก็เกินไป ใครจะเก่งเหมือนท่านละครับ) ความสามารถ การรับรู้และสภาวะแวดล้อม สำหรับบางท่านก็เหมือนโดนบีบคั้น ดังนั้น..... เวบองค์องค์เทพดอทคอมจึงก่อกำเนิดขึ้น เพื่อหวังว่า จะเป็นแนวทางเพื่อการศึกษาในศาสตร์แขนงนี้ครับ.. ให้เป็นเนื้อนาบุญสืบไป 

บทความที่แนะนำครับ   หัวโขน เศียรครู และกฏระเบียบ     อธิบายไว้น่าสนใจครับ
                            การจำเริญขันธ์(ไปลอยน้ำ)
                            ตรวจพบว่ามีองค์ ทำอย่างไร

         ในท้ายที่สุด อาจารย์ขอให้ทุกท่านทุกร่างทรงทุกสายญาณ พึงระลึกไว้เสมอว่า ทางสายเทพมิใช่ทางหลุดพ้น เหตุแห่งทุกข์ ดังนั้นขอให้ทุกท่านมีการตั้งพระพุทธไว้ในใจ เสมอ เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ มิให้ลุ่มหลงหรือปฏิบัติจนเกินกว่าปกติ การไหว้ครู เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความมีกตัญญุตาต่อครูอาจารย์ เป็นศิษย์มีครู ไม่ลืมคุณยามมั่งมี การบูชาเทพ ที่ท่านทั้งหลายเลื่อมใส เพื่อก่อให้เกิด อิทธิปาฏิหาริย์ มั่งมีร่ำรวย อยู่เย็นเป็นสุข การกราบไหว้บูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นมงคลสูงสุดเพื่อสิริมงคลแก่ตน ทั้งหลายที่กล่าวมา จำต้องปฏิบัติไปพร้อมๆกัน...... จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดหาสมควรไม่ครับ

ปัญหาที่ร่างทรงพบและไม่รู้ตัว

๑. เป็นคนขี้สงสัย จะทำจะปฏิบัติ ใช่หรือไม่ใช่ มีข้ออ้างตลอด
๒. เมื่อมีความรู้มาก เริ่มเก่งขึ้น มักจับผิดผู้อื่น มองหาครูใหม่ไปเรื่อยๆ คนนั้นสักยันต์ได้เหาะได้ไม่ธรรมดา มีความหลงตัวเอง ลืมพัฒนาจิตใจ คิดว่าเก่งกล้าเหนือผู้อื่น แม้กระทั่งครูอาจารย์
๓. เสพติดความดี ทำบุญเก่ง ออกโรงทาน ช่วยงานวัด ทำแล้วมองผู้ที่ไม่ได้ทำเป็นผู้มีบาป ต่ำต้อยกว่าตน
๔. จมกับความทุกข์ในอดีต หรือไม่รู้จักปล่อยวาง ห่วงคนอื่นไปหมด แบกเอาทุกข์ทั้งหลายมาไว้กับตัว
๕. ยึดติดกับรูปแบบ
๖. ฉลาดเกินไป เรียกว่าดีเอา-ชั่วไม่เอา อยากได้ก็บน ได้แล้วทำเฉย บางท่านบนหนักๆได้แล้วกลับไปบวชชีพราหมณ์สามวัน
     

ข้าพเจ้าขออธิฐานจิต.......
๑. ขอจงมีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัย
๒. ขอให้สิ่งที่ข้าพเจ้าทำเป็นกุศล
๓. ขอให้ ข้าพเจ้าตรวจองค์เทพได้เที่ยงตรงชัดเจน เพื่อเป็นแสงเทียนส่องสว่างนำทางแก่ผู้มีองค์เทพ ได้รู้แจ้งทั้งทางเทพและทางธรรมสืบไป

๔. ขอจงมั่นคงหนักแน่นเป็นศูนย์กลางดั่งสะดือเมือง ไม่หวั่นไหวยามต้องมรสุมหมู่มารคนจัญไร

  r7ZY2j.JPG [550x313px] ฝากรูป


# 5
By หมอยา
On 2015-09-22 09:27:32

----Original Message-----
From: Anusornesso [mailto:anusornesso@yahoo.com]
Sent: Thursday, August 20, 2015 8:31 AM
To: webmaster@ongtep.com
Subject: สอบถามครับ

         สวัสดีครับท่านอาจารย์

๑. ผมมีเรื่องปัญหาคลายใจให้สงสัยครับ ชื่อเดิม อนุสรณ์   เดชนะ  ด้วยเหตุที่ผมจะเปลี่ยนชื่อ เดิมผมจะไปเปลี่ยนที่อำเภออยู่แล้ว แต่มีเพื่อนของผมแนะนำไปหาอาจารย์ของเขาดู ผมจึงได้ไปและพอเขาดูชื่อให้บอกว่าชื่อใหม่ที่เราหามาไม่ไม่ดี 100 %ผมเลยให้เค้าช่วยดูให้

๒. แต่เราต้องนั้งบริวาสกรรม 3 วัน ระหว่างนั้นที่ไปๆมาๆ เค้าบอกว่า ผมนะมีองค์ แต่ให้เราหาเอง ผมนั้ง 3วันไม่เกิดอะไร

๓. หลังจากนั้นผมได้ไปทำเรื่องเปลี่ยนชื่อที่ตำหนักนี้ โดยทำพิธีแจ้งพ่อยม หลังจากนั้นทำพิธีสวดนพเคราะห์ให้ และให้กลับมาอาบน้ำมนต์ 3 วัน

๔. และให้พานมาเหมือนพานบายศรีแต่ไม่ใหญ่ 2 อันมาไว้ที่หิ้งพระ ผมอยากทราบว่าใช่พานขันธ์ 5 หรือไม่

๕. เพราะก่อนหน้านี้ผมจะบอกปฎิเสธในการรับขันธ์5 เสมอ เพราะผมเพิ่งเข้ามารับรู้ได้ไม่นาน

๖. ขอความกรุณาอาจารย์ช่วยอธิบายเรื่องพานขันธ์ 5 ว่าอะไรคือขันธ์และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอันนั้นคือพานขวัญ 5 ครับ

๗. ชื่อใหม่ผมเปลี่ยนเป็น ธัญวรินทร์  เดชนะครับ ขอความอนุเคราะห์อาจารย์มา ณ โอกาศนี้ด้วยครับ

ตอบ อนุโมทนาครับ วิเคราะห์ดังนี้ครับ

ข้อ ๑.๒.๓. แล้วแต่ แต่ละสำนักหรือตำหนักเขามีวิธีการเช่นไร เรียกว่าสูตรใครสูตรมันครับ

ข้อ ๔. อันนี้สันนิฐานว่า อาจเป็นบายศรีเทพ ซึ่งไม่มีความจำเป็นอันใดมอบให้ท่าน บางสำนักเขาเรียกว่าขันเทพครับ ซึ่งรับถัดมาจากขันธ์ห้า แสดงว่าท่านอาจข้ามขั้นตอนมาครับ

ข้อ ๕. อาจารย์มีบอกไว้ในเวบครับว่าควรเป็นทางเลือกสุดท้าย ท่านเข้าใจได้ถูกต้อง ของแบบนี้ไม่ประสบกับตัวไม่เข้าใจครับ ชอบไม่เหมือนกันใช่ว่าผิดหรือถูกครับ

ข้อ ๖. ท่านไปตำหนักมา ลองกลับไปถามดูครับ เรื่องขันธ์ ส่วนในเวบนี้มีอธิบายอยู่แล้วครับ ทำการบ้านหน่อยครับ ลองเปิดดูครับ

ข้อ ๗. นามท่านมีกาลกิณีอยู่ครับ

ข้อ ๘. เวบนี้ไม่มีเรี่ยไร กฐิน ผ้าป่า  ไม่มีทรงเจ้าเข้าผี ไม่ขายวัตถุมงคลหรือองค์เทพ ไม่มีเพชรพญานาค ไม่ผูกมัด มีแต่บทความให้อ่านทำความเข้าใจ ครับ ไม่ชักจูงให้ท่านทำบุญเยอะๆจะได้เหาะขึ้นสวรรค์ ขอให้ทำดีต่อครอบครัว ต่อคนรอบข้างและต่อชาติบ้านเมือง มีศรัทธาบูชาอย่างปิติแค่นี้ก็ดีถมไปแล้วครับ

...................................................................


# 4
By หมอยา
On 2015-09-22 09:26:22

-----Original Message-----
From: Wisanu Janlapwatthanakul [mailto:topfy_sj@hotmail.com]
Sent: Sunday, September 20, 2015 1:46 AM
To: webmaster@ongtep.com
Subject: เรียนท่านอาจารย์หมอยาครับ

ผมชื่อ วิษณุ เจนลาภวัฒนกุล

1.ผม อยากจะรบกวนถามอาจารย์หมอยาว่า ก่อนหน้านี้มีร่างทรงแม่ย่าทักกับแม่ผมมาหลายรอบว่าตัวผมมีองค์เทพ จนกระทั่งผมได้อธิษฐานถึงท่าน ขอท่าน และเกิดขึ้นจิง จากนั้นตัวผมเองรับองค์เทพท่านมาบูชาแล้ว แต่ไม่ได้รับขันใดๆทั้งสิ้น ผมหมั่นปฎิบัติ สวดมนต์ก่อนนอนและนั่งสมาธิครับ ผมทำถูกทางและดูแลท่านมาถูกแล้วใช่มั้ยคับ

ตอบ สิ่งที่ท่านทำ ปฏิบัติบูชา เป็นแนวทางที่คนแนะนำมาให้ปฏิบัติ ต้องถือว่าดีครับ ส่วนถูกทางหรือถูกองค์หรือไม่คนละเรื่องกันครับ ดวงนี้ก้าวลึกเข้าไปในสายเทพ ท่านไม่รับขันธ์ ด้วยยังมิเจอครูหรือมีอคติกับเรื่องขันธ์ ถกเถียงกันมากเรื่องขันธ์ บางคนบางเวบบางเฟส ก็อ้าง (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญา) บางก็อ้างโจมตีขันธ์ผีบ้าง ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจเรื่องขันธ์ คือภาชนะชนิดหนึ่ง สำหรับใช้บรรจุหรือใส่สิ่งของที่เราต้องการไว้ ดังนั้นคงต้องมองจุดประสงค์ว่า เราตั้งขันธ์นี้มาเพื่อใส่อะไร
ตำหนัก ทั่วๆไป ที่พบเห็นกัน ขันธ์ที่พบเจอ จะมีขันธ์ห้า ขันธ์เก้า ขันธ์สิบหก ขันธ์ร้อยแปด ขันธ์เทพ  พานครู เป็นต้น บรรจุด้วยดอกบัว ธูปเทียนตามจำนวนขันธ์ที่เรียก อาจมีผ้าขาว ผ้าสีและอื่นๆตามแต่ละสำนักจะจัดทำ จุดประสงค์คงเป็นแบบคล้ายๆกันคือบูชาเทพประจำองค์ของแต่ละคน มักพบปัญหาว่า บูชาไม่ถูกองค์ ป่วยแล้วมารับกลับไม่หาย เจ้าตำหนักแต่ละสำนัก จุดประสงค์ในการก่อตั้งแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันเมื่อได้ยินก็คือช่วยคนอื่นครับ เจ้าสำนักประพฤติดีปฏิบัติชอบ ย่อมเกิดสิริมงคลแก่ศิษยานุศิษย์ หากประพฤติเสื่อมเสีย หลอกลวงเงินลูกศิษย์  จิตคิดไม่ซื่อลูกศิษย์ก็สิ้นเนื้อประดาตัวครับ....  บางสำนักก่อตั้งมาเพื่อทำเสน่ห์ยาแฝด ฝังรูปฝังรอย ลงนะตัวต่อตัว ทำวัตถุอาถรรพ์ เพื่อการเสพกามโดยเฉพาะ มีรูปลักษณ์เป็นการเสพเมถุนในลักษณะต่างๆก็มี 
สำหรับขันธ์ของอาจารย์หมอยา มีประสงค์ให้เป็นการบูชาครูทั้งห้า ครูเทพเทวา ครูพ่อแม่ ครูอาจารย์ ครูพักร์ลักจำ ครูอักษร โดยมีคติว่า ศิษย์มีครูดังงูมีพิษ ศิษย์กตัญญู ย่อมเจริญวัฒนา ไม่ มีประสงค์อื่นใดเจือปน และทางอาจารย์ ไม่มีประสงค์จะรับศิษย์เพิ่ม ท่านที่มาขอให้เป็นผู้ที่มีความเลื่อมใสที่ดีต่ออาจารย์ก็ถือว่าพอเพียงแล้ว ครับ ท่านที่เดินสายเทพ ให้กรุณาสละเวลาอ่านบทความต่างๆและถามมา-ตอบไป จะเข้าใจได้ดีระดับหนึ่งทีเดียวครับ ชอบและวางแนวทางของตัวเอง ท่านมีสิทธิ์ที่จะเลือกและปฏิบัติ คนเราชอบไม่เหมือนกันใช่ว่าผิดหรือถูกครับ

2.ผม ชื่นชอบและเชื่อเรื่องของการสักยันต์ ผมอยากได้เสือเหลียวหลัง ห้าแถว เก้ายอด หรือฉัตรเพรช จะเหมาะสมมั้ยคับ และจะเป็นอะไรมั้ยคับ ถ้าผมไปสักกับอาจารย์สักอีกครูนึงซึ่งเป็นสายโดยตรงจากทางวัดมาตั้งแต่อดีต ที่เด่นในเรื่องของการสักเสือ รบกวนสอบถามครับ สามารถสักได้หรือไม่ครับ จะมีผลกระทบอะไรกับองค์เทพรึป่าวครับ เพราะผมคิดว่า อย่างที่อาจารย์หมอยากล่าวสิ่งศักสิท ไม่ว่าที่ไหน ตัวเราต้องให้การเคารพครับ ส่งจาก iPhone ของฉัน

ตอบ ท่านสักเสือได้ครับ ฤาษีได้ครับ ถ้ายังไม่ได้สักยันต์ครูมี ๒๙ ยอดด้วยครับเก้าตรงท้ายทอย ด้านข้างๆละสิบยอดครับ ตามที่ควรจะเป็นนะครับ สักยันต์ควรมีครูเดียว นอกเสียจากครูที่สักให้ท่าน ขอไม่ได้ เวลาไปสักไม่ตามคิว รักใครก็สักให้ก่อน มารอแต่เช้า เย็นยังไม่ได้สัก คนสนิทมาถึงแป๊บเดียวได้สัก แบบนี้สักกับครูไหนก็ได้ครับ  ....


# 3
By หมอยา
On 2015-09-22 09:25:43

From: Sireeras Aiamsupan [mailto:sireerasaiamsupan@gmail.com]
Sent: Friday, September 18, 2015 5:31 AM
To: webmaster@ongtep.com
Subject: ขอความกรุณาตรวจสอบองค์เทพย์ และคลายข้อสงสัยคะ(แก้ไขวันเกิดลูกชายคะ)
กราบสวัสดี อาจารย์ หมอยา ที่เคารพค่ะ

     ลูก ชื่อ น.ส.สิรีรัศมิ์ เอี่ยมสุพรรณ์ (ชื่อเดิม วิภาวรรณ ดวงพันตรี)คะ

 ๑. ลูกมีเรื่องสอบถามคะ..รบกวนอาจารย์ ให้คำแนะนำด้วยคะ.. ลูกเป็นคนนึงค่ะ ที่มีความเลื่อมใสศรัทธา ในสายเทพ มาโดยตลอด ไม่เคยคิดหลบหลู่ แม้จะมีการบูชา ผิดบ้าง ถูกบ้าง ตามความเชื่อและรู้มา จนมีวันนึง ลูกได้มีโอกาสรับขันธ์กับตำหนักนึง ซึ่งลูกยอมรับ ว่าที่ลูกรับนั้น เพราะลูกศรัทธาในองค์เทพย์ แต่หลังจากนั้น ผ่านมาสักระยะ ด้วยความที่ไปมาหาสู่ที่ตำหนักบ่อย ลูกก็มีความเคลือบแคลงใจ และสงสัยในตัวของร่าง มาโดยตลอด ซึ่งความคิดและข้อห้ามของร่างทรงนั้น ขัดกับ ความคิดของลูก และการปฏิบัติของลูกที่ผ่าน มาโดยตลอดค่ะ (ซึ่งร่างทรงคนนี้  ท่านเป็นคนอิสลามค่ะ) แต่ท่านมาเป็นร่างทรง ตำหนัก โดยทรงปู่เจ้าเขาเขียว และองค์พระแม่ค่ะ  ก่อนหน้านี้ (ก่อนรับขันธ์) ลูกได้เข้าไปกราบไหว้ที่ตำหนัก อยู่บ่อยครั้ง ( เค้าเรียก เทวสถานคะ) แต่หลังจากนั้นไม่นาน ร่างทรงก็ได้ทักลูกว่า จะให้ลูกรับขันธ์ ลูกก็สอบถามไปยังร่างทรงว่า ลูกมีองค์เทพย์อะไร เขาตอบลูกว่า ลูกมีองค์เทพย์ ที่เป็นบริวาร ขององค์พระแม่ แต่ไม่มีนาม(แต่ลูกก็รับเพราะศรัทรา)
ตอบ ลูกกับรางทรงท่านนี้ไปมาหาสู่กัน คงต้องดูว่าท่านมีศรัทธาจนพัฒนาไปถึงขั้นมีการรับขันธ์กัน แต่ท่านไม่ครบสามประการ คือศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัย ท่านยังมีความสงสัยอยู่นั่นเอง ยิ่งร่างทรงมาจากอิสลาม การมาทรงไม่เป็นที่ยอมรับกันในหมู่คนมุสลิมครับ 

๒. หลังจากที่ลูกนั้นได้รับขันธ์เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีข้อห้าม คือ ห้ามโดนน้ำมนต์พระ ซึ่งเขาได้ชี้แจงกับลูกว่า เทพกับพระ คือคนละสายกัน
ตอบ ข้อห้ามโดนน้ำมนต์ นี่ยังงงอยู่คับ น้ำมนต์พระ ถ้าพระรูปนั้นๆประพฤติดี-ปฏิบัติชอบก็ไปอย่าง แต่ถ้าพระรูปนั้นๆศีลขาด น้ำมนต์ย่อมให้โทษได้ครับ เจตนาคงไม่อยากให้ท่านที่เป็นศิษย์เที่ยวไปรดน้ำมนต์ คบหาสมาคมกับพระหรืออื่นๆมากกว่าครับ

๓. ต่อจากนั้นมาไม่นาน ลูกก็รู้สึกแปลกๆ ต่อการกระทำของร่างทรง คือ พูดจาแปลกๆ เวลาที่ลูกนำของไปไหว้ถวายบูชา ที่ตำหนัก ก็ห้ามจุดธูปจุดกำยาน(ลูกก็งง) ลูกไม่เข้าใจ ว่าเพราะอะไร
ตอบ นี่ก็เป็นข้อห้ามที่แปลกครับ อ้างไม่ให้จุดธูปกำยาน เหมือนพวกฝรั่ง แต่ที่ดูๆพวกฝรั่งเป็นมะเร็งตายกันเยอะทั้งๆที่ไม่ได้จุดธูป คนมีองค์กลิ่นกำยาน ย่อมสื่อหรือเป็นต้นทางแห่งสายญาณก็ว่าได้ครับ

๔. บางครั้ง ลูกซื้อขนมของเล่น ไปถวาย องค์กุมาร ที่ตำหนัก เขาก็บอกว่า กุมารของเขา ไม่รับของ ที่เป็นของเด็กๆกิน และจะมีจำเพาะว่าบางองชอบเสวยอะไร อย่างเช่น เครื่องดื่มสปาย ขนมเค้ก ผลไม้
ตอบ คงต้องดูว่าท่านมาที่เทวสถานของเขาแล้ว ท่านได้อะไรกลับคืน เช่นมาแบบจนไม่มีจะกิน มาอยู่แล้วร่ำรวยทันตา ถูกหวยรวยโป มีทองใส่เต็มตัว ถูกหวยถูกล็อตเตอร์รี่ หลายงวดติดงวดละหลายหมื่นจนถึงแสน แต่มาหาครูของท่านมีของเด็กเล่นสิบบาทยี่สิบบาทหมากสองแพ็ค ตีหน้ามึน แบบนี้ก็เกินไปครับ ไม่คิดจะทำบุญต่ออายุครู ครูของท่าน.. เขาจะเอาที่ไหนกินครับ....  ท่านจนไม่มีจะกิน นอนอยู่บ้านดีกว่าครับ ที่ไปหาคงหวังทางออกร่ำรวย เมื่อสมปราถนา... น้ำใจของท่านต่อครูของท่าน..ก็ควรมีเช่นกันครับครับ

๕. และ เมื่อไม่นานประมาน 1 เดือนที่ผ่านมา ลูกก็มีความรู้สึกแปลกๆ เวลาลูกเข้าไป ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตำหนัก และมีนั่งคุยสอบถาม ปัญหาต่างๆ(ตามปกติของคนที่ต้องการกำลังใจที่พึ่ง)  อย่างปกติที่ลูกศิษย์สอบถามอาจารย์ แต่เขา กลับไม่ตอบคำถาม ไม่ให้คำปรึกษา  ต่อว่า ว่าลูกนั้น ไปเชื่อในสิ่งผิดผิด (คือลูกชอบอ่านข้อมูลความรู้จากทางเน็ตต่างๆ)
ตอบ ท่านเป็นคนเสาะแสวงหา..

๖. เรื่องที่ลูกไป ซื้อบายศรีปากชาม จะมาถวาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้านของลูก เขาจึงตอบว่าลูก ว่าปกติแล้ว บายศรีปากชามนั้น ไม่ได้มีไว้ให้คนปกติไหว้ ลูกเลยไม่ตอบอะไร หลังๆมา พอลูกสอบถามหรือขอคำปรึกษา เขาก็ไม่พูดกับลูก
ตอบ เรื่องบายศรีปากชาม มีแต่โบราณ เป็นประเพณีความเชื่อ ว่าเราถวายบายศรีแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความมีสิริมงคล และสู่ขวัญของบุคคลในบ้านให้มีกำลังใจที่ดี นำความสงบร่มเย็นมาสู่ครอบครัวที่บูชาครับ

๗. และที่ลูกรู้สึกได้คือ เวลาที่ลูกไปตำหนัก เขามักจะพูดถึงเรื่องปัจจัยอยู่เสมอ ถึง งบสร้างตำหนัก งบสร้างห้องน้ำ งบงานไหว้ครู เรื่องใส่ซองทำบุญ  ทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายใจ เพราะตัวลูกเองนั้น ก็หาเช้ากินค่ำ ทำงานปกติ  ลูกก็จะรู้สึกไม่สบายใจ
ตอบ สิ่งที่เจ้าสำนักพูดเป็นเรื่องปกติ ทุกที่เขาก็ทำกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะมากหรือน้อยเท่านั้นครับ ท่านไปวัดเขาก็คุยเรื่องผ้าป่า โรงทาน สร้างวัตถุมงคลออกขาย ก็ไม่แตกต่างกันครับ เพียงแต่ว่าอย่างไหนจะดูดีกว่ากัน... หากรู้ตัวว่าหาเช้ากินค่ำ ก็ทำเท่าที่ทำได้ครับ

๘. ลูกจึงรู้สึก เริ่มไม่ค่อยศรัทธา กับร่างทรงคนนี้ตั้งแต่ที่ลูกรับขันธ์กับร่างนี้มา ก็ไม่ได้ให้ขันธ์ที่ลูกรับ มาบูชาที่บ้าน โดยเขาบอกว่า เขาจะเก็บไว้ให้ เพื่อที่เวลาที่เขาบูชาขึ้นของไหว้ที่ตำหนัก จะได้บูชาพร้อมกับขันธ์ และสิ่งศักดิ์ อื่นๆ.ของเขา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลูกก็ไม่ได้เคยเห็นขันธ์ของลูกอีกเลย ตั้งแต่วันที่รับครั้งแรก จนถึงวันนี้ หลังจากวันที่ลูกได้รับขันธ์ เขาก็มีนะนำให้รับขันธ์เรื่อย อย่างครั้งแรก เขาบอกลูกโดนทำของ เขาให้ลูกรับขันธ์รักษา ลูกก็ทำ ครั้งที่ 2 เขาบอกว่า ลูกชายของลูกนั้น(4ขวบ ด.ช.ธีราพัทธ์ เอี่ยมสุพรรณ์  หนีเค้ามาเกิด จะเจ็บป่วยไม่สบายบ่อย จนถึงขั้นเสียชีวิต ให้รับขันธ์รักษา ลูกก็ทำ (ด้วยความที่กลัวจะเสียลูกไป) ครั้งที่ 3 เขาบอกว่า ลูกมีองค์บริวารของพระแม่ ลูกก็ทำ ขันธ์ของ ลูกชาย และ ตัวลูกเองนั้น เขาเป็นคนเก็บไว้
ตอบ โดยปกติ ขันธ์ควรนำกลับมาบูชาที่บ้านตัวเองครับ เป็นเครื่องทดสอบศรัทธา ของตัวเองจะให้ใครดูครับ ส่วนการยึดเอาขันธ์ลูกศิษย์ไว้กับสำนักตัวเอง เคยพบเห็นมาอยู่ครับไม่ว่าจะเป็นวัดหรือตำหนัก ศิษย์ที่ไปรับขันธ์คงทราบระเบียบดีอยู่แล้วครับ.... ส่วนเรื่องลูกไม่สบาย เจ้าสำนักเขาดูก็มีส่วนถูกต้องนะครับ

๙. จนกะทั่ง ลูกได้เจอพี่คนนึง ซึ่งเขาเป็น ร่างทรงเหมือนกัน ลูกก็ได้ขอปรึกษาจากเขา เขาก็ได้ถามลูกมาคำนึงว่า "ถ้าเราฝากเพื่อนกินข้าว เราจะอิ่มไหม?" ขันธ์ก็เช่นกัน แต่เขาไม่เคย แนะนำให้ลูก จำเริญขันเก่าของครูนั้น มีแต่ลูกเองเท่านั้นที่ขอคำปรึกษาจากพี่คนนี้ เค้าก็ได้แต่บอกให้เราสวดมนต์ ทำบุญ ทำพระ ซึ่งความคิดของลูกนั้น คิดว่า หากเราเจอใคร ที่ให้คำแนะนำที่ดี
ตอบ จากข้อ๑-๘ ในใจของท่านไม่มีครูที่ท่านรับขันธ์ครับ

๑๐. ลูกก็อยากขอคำแนะนำ ลูกอาจจะดูเป็นศิษย์ที่เนรคุณ  ต่อครู แต่เพราะความที่ลูกเคลือบแคลงใจ ในตัวของร่างทรง ลูกจึงไม่มีความศรัทธาต่อตัวร่างทรงต่อ แต่ลูก ยังคงศรัทธาต่อองค์เทพของทุกๆพระองค์ เพราะลูกเชื่อว่า " สิ่งศักดิ์สิทธิ์และองค์เทพทุกพระองค์นั้น ไม่ได้ต้องการเงินทอง จากตัวผู้ที่ศรัทธา แต่พระองค์ ต้องการให้ผู้ที่ศรัทธานั้น เชื่อมั่น และเสริมสร้างบารมี แก่ตัวเอง"คำถามของลูก หมดเพียงเท่านี้ ลูกขอน้อมรับความกรุณา คำติเตือน คำสอน ของท่านอาจารย์คะ  กราบขอบพระคุณอาจารย์คะ
ตอบ ของทุกอย่างมีดี-มีเสียครับ เวลาจะพิสูจน์ได้ดีครับ

 


# 2
By หมอยา
On 2015-08-28 19:39:05


# 1
By หมอยา
On 2015-08-27 10:24:10

วันสารทจีน

เทศกาลสารทจีนจะตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 (ปฏิทินจีนโบราณ)
ปีตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๘ ขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๙ มะแม
เพื่อเป็นการแก้อาถรรพ์ ชาวจีนจึงมีการเซ่นไหว้ด้วยของไหว้ สารทจีน
หลากความหมาย ที่ปฏิบัติสืบกันมาเนิ่นนานซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่
ลูกหลานชาวจีนจะแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยพิธีเซ่นไหว้
และยังถือเป็นเดือนที่ประตูนรกเปิดให้วิญญาณทั้งหลายมารับกุศลผลบุญได้
โดยมีความเชื่อกันว่า วันสารทจีนเป็นวันที่เงี่ยมล้อเทียนจือ(ยมบาล)
จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรก
ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้ายจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้
ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรกนั่นเอง

ในกรณีผู้ที่มีองค์เทพ

หากมีประสงค์ จะกระทำพิธีเซ่นไหว้บูชาครูที่หิ้งบูชาก็สามารถกระทำได้ดังนี้
ท่านสามารถจัดหาเป็ด ไก่ หมูสามชั้น ขนมเข่งขนมเทียน ขนมเปี๊ยะ
ผลไม้ต่างๆ น้ำร้อน น้ำชา ของหวานต่างๆ
เมื่อไหว้ครูอาจารย์ที่หิ้งแล้ว ให้ตัดแบ่งของไหว้ใส่ภาชนะให้กับบริวาร
ส่วนกระดาษที่ใช้ในการไหว้ให้ใช้แบบสำหรับไหว้เจ้าที่เทวดาครับ

เทียงเถ่าจี๊
เทียงเถ่าจี๊ เป็นกระดาษเงินกระดาษทองชิ้นใหญ่ มีกระดาษแดงตัดเป็นลายตัวหนังสือว่า "เผ่งอัง" เป็นคำอวยพร แปลว่า โชคดี

งิ่งเตี๋ย
เง็ง เตี๋ย หรือหงิ่งเตี๋ย/งิ่งเตี๋ย เป็นกระดาษแผ่นใหญ่ด้านหนึ่งเป็นสีเงินอีกด้านหนึ่งเป็นสีทอง ด้านในตรงกลางมีอั่งจี้ 1 แผ่นใช้ไหว้เจ้าที่ แก้บนและทำพิธีต่างๆ เพื่อเป็นสิริมงคลและให้โชคลาภ

 

ตั่วกิม
ตั่วกิม หรือ ค้อซี เป็นกระดาษทอง และขอบสีส้ม โดยใช้ไหว้เจ้าที่
กิมเต้า
กิมเต้า หงิ่งเต้าเปรียบเสมือนถังเงินถังทองใช้ไหว้เจ้าเพื่อขอเงินขอทองขอโชคลาภ
กิมฮวย
กิมฮวย เป็นการไหว้เพื่อขอพรจากเทพทุกพระองค์ ในเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์
อ่วงป้อตั่วกิมอ่วงป้อตั่วกิม หรือกระทงเป็นของไหว้เจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอโชคลาภให้ร่ำรวยและเพื่อตอบแทนที่ท่านช่วยให้ประสบความสำเร็จ
...............................................................................
อ่วงแซจี๊ อ่วง แซจิ่ว หรือใบเบิกทาง เป็นกระดาษสีเหลืองอักษรจีนสีแดง ใช้ไหว้บรรพบุรุษเพื่อจะให้ท่านอยู่สุขสบายในภพภูมิ เปรียบเสมือนใบเบิกผ่านทางระหว่างโลกมนุษย์กับภพภูมิเพื่อจะมาเยี่ยมเยียน ลูกหลาน ถือเป็นกระดาษสำคัญที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษ ต่อ 1 ครั้ง จะมีการใช้เป็นส่วนมาก มากกว่ากระดาษชิ้นอื่นๆ มากกว่า 3 เท่าอีกด้วย ถือเป็นกระดาษไหว้ที่สำคัญที่สุด หากไม่มีกระดาษก็ไม่ส่งถึงบรรพบุรุษด้วย
กิมจั้ว กิมหงิ่งจั๊ว หมายถึงกระดาษเงินกระดาษทอง เวลาใช้ไหว้จะต้องใช้ไหว้บรรพบุรุษ และคน
กิมเตี๊ยวแท่งทอง ใช้ไหว้บรรพบุรุษ อย่างน้อยการใช้ไหว้บรรพบุรุษ จะไหว้แบบ 8 แท่งขึ้นไปเท่นั้น

โกวอีพิมพ์ โกวอีพิมพ์ คือ กระดาษที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษ การไหว้จะต้องใช้ 1 ปึกต่อ 1 ครั้ง ประมาณ 12-13 แผ่น นำมาพับไหว้บรรพบุรุษ

 


บทความแนะนำ

รวมบทความ

แปลภาษา
ติดตามข่าวสาร
ติดตามข่าวสารที่ทวิสเตอร์  Page Ranking Tool